กฎหมายกับสิทธิมนุษยชน

กฎหมายกับสิทธิมนุษยชน

          สิทธิมนุษยชน เป็นสิทธิที่มีติดตัวมนุษย์ทุกคนมาตั้งแต่เกิด โดยกฎมายที่มีอยู่ในปัจจุบันเพียงไปรับรองสิทธิที่มีอยู่แล้วเท่านั้น
          กฎหมาย คือ กฎเกณฑ์ของสังคมที่มีสภาพบังคับ

กฎมายที่มารับรองสิทธิมนุษยชน

          1). กฎหมายภายในของรัฐที่ว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ซึ่งมีทั้งกฎหมายตามจารีตประเพณี และเป็นกฎหมายทั่วไป และกฎหมายที่บัญญัติไว้เป็นลายลักษณ์อักษร เช่น พระราชบัญญัติ กฎกระทรวง ระเบียบ เป็นต้น โดยประเทศไทยนั้นมีทั้งรัฐธรรมนูญ ที่ว่าด้วยสิทธิมนุษยชนอยู่ในมาตรา 4 หมวด 3 และหมวด 5 ส่วนกฎหมายอื่นก็อยู่ในพระราชบัญญัติ เช่น พระราชบัญญัติคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน

          2).กฎหมายระหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ซึ่งมีทั้งปฎิญาสากล ค.ศ. 1948 ที่นานาอารยประเทศได้ยอมรับให้เป็นกฎหมายจารีตประเพณีระหว่างประเทศ นอกจากนี้ยังมีสนธิสัญญัติว่าด้วยสิทธิมนุษยชนอีกหลายฉบับ เช่น กฎบัตรสหประชาชาติ ค.ศ. 1945 อนุสัญญาว่าด้วยการเลือกปฎิบัติทางเชื้อชาติในทุกรูปแบบ

     อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิมนุษยชนที่ผูกพันในประเทศไทย

          -กฎบัตรสหประชาชาติ

          -อนุสัญญาว่าด้วยการเลือกปฎิบัติต่อเสตรี

          -อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก

          -ติการระหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิการเมือง

          -กติการระหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม

          -อนุสัญญาว่าด้วยการเลือกปฎิบัติทางเชื้อชาติในทุกรูปแบบ

                   ดัง นั้นกฎหมายระหว่างประเทศจึงเสมือนฝนที่ตกลงมา โดยกฎหมายที่ผูกพันในประเทศก็เหมือนโอ่งที่รองรับฝนนั้น แต่อย่าลืมว่าสิทธิมนุษยชนนั้นเป็นสิทธิที่ติดตัวมนุษมาตั้งแต่เกิด ไม่ใช่เพราะมีกฎหมายให้

 

กฎหมายที่ใช้ในชีวิตประจำวัน …ที่ควรทำความรู้จัก

  1. การทะเบียนราษฎร์
    บุตรเกิด  ถ้าเกิดในบ้าน ให้เจ้าบ้านแจ้ง ถ้าเกิดนอกบ้าน ให้มารดาแจ้งภายใน 15 วัน นับแต่วันเกิด
    ย้ายบ้าน ให้ผู้ย้ายหรือผู้ที่เจ้าบ้านมอบอำนาจแจ้งออกจากบ้านเดิมภายใน 15 วัน และเมื่อไปอยู่บ้านใหม่ให้แจ้งภายใน 15 วัน
    คนตาย   ถ้าในบ้านให้เจ้าบ้านแจ้ง ถ้าตายนอกบ้านให้ผู้ที่ไปกับผู้ตาย หรือผู้ที่พบศพเป็นผู้แจ้ง ภายใน 24 ช.ม. นับแต่เวลา                    ตายหรือเวลาพบศพ

         ความผิด ถ้าไม่แจ้งเกิดภายในกำหนดเวลา มีความผิดตามกฎหมาย มีโทษปรับไม่เกิน 200 บาท
                          ถ้าไม่แจ้งการตายภายในเวลามีความผิดตามกฎหมาย มีโทษปรับไม่เกิน 200 บาท

  1. บัตรประจำตัวประชาชน
         คนไทยซึ่งมีอายุตั้งแต่ 15 ปีบริบูรณ์ขึ้นไปจนถึง 70 ปี บริบูรณ์ ต้องไปขอทำบัตรที่อำเภอหรือที่ว่าการเขตภายใน 60 วัน นับตั้งแต่วันที่อายูครบ 15 ปีบริบูรณ์
         บัตรประจำตัวประชาชนชำรุดหรือสูญหาย ต้องยื่นคำร้องขอมีบัตรใหม่ภายใน 30 วัน นับตั้งแต่บัตรเดิมชำรุดหรือสูญหาย (ต้องไปแจ้งบัตรหายที่สถานีตำรวจ)
  2. การรับราชการทหาร
    กำหนดเวลาแสดงตนลงบัญชีทหารกองเกิน ชายไทยอายุย่างเข้า 18 ปี ต้องไปแสดงตนเพื่อลงบัญชีทหารกองเกินใน       เดือนพฤศจิกายนของปีที่อายุย่างเข้า 18 ปี
    สถานที่แสดงตนเพื่อลงบัญชีทหารกองเกิน  คือที่ว่าการอำเภอหรือกิ่งอำเภอที่เป็นภูมิลำเนาทหาร
  3. การเรี่ยไร
    ผู้ทำการเรี่ยไร ต้องมีใบอนุญาตให้ทำการเรี่ยไรติดตัวและต้องออกใบรับให้ผู้บริจาค

      5.หนังสือมอบอำนาจ
         การมอบอำนาจ เป็นการตั้งตัวแทนเพื่อทำการสำหรับการมอบอำนาจให้กระทำ การเกี่ยวกับที่ดินเป็นเรื่องสำคัญ ควรใช้                                                หนังสือมอบอำนาจของกรมที่ดิน

  1. เอกเทศสัญญา
    กู้ยืม การกู้ยืมเงินกันเกินกว่าห้าสิบบาท จะต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือแสดงว่ามีการกู้ยืมเงินกันจริงและต้องลงลายมือชื่อผู้กู้            ด้วย กฎหมายให้คิดอัตราดอกเบี้ยไม่เกินร้อยละ 15 บาทต่อปี

ประเภทของสิทธิมนุษยชน

     แบ่งได้ 5 ประเภท ทั้งนี้ เป็นไปตาม Universal Declaration of Human Rights ได้แก่
  1. สิทธิพลเมือง (Civil Rights) ได้แก่ สิทธิในชีวิตและร่างกาย เสรีภาพและความมั่นคงในชีวิต ไม่ถูกทรมาน ไม่ถูกทำร้ายหรือฆ่า สิทธิในความเสมอภาคต่อหน้ากฎหมาย สิทธิที่จะได้รับสัญชาติ เป็นต้น
  2. สิทธิทางการเมือง (Political Rights) ได้แก่ สิทธิในการมีส่วนร่วมกับรัฐในการดำเนินกิจการที่เป็นประโยชน์สาธารณะ เสรีภาพในการรวมกลุ่มเป็นพรรคการเมือง เสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบ สิทธิการเลือกตั้งอย่างเสรี
  3. สิทธิทางสังคม (Social Rights) ได้แก่ สิทธิการได้รับการศึกษา สิทธิการได้รับหลักประกันด้านสุขภาพ ได้รับการพัฒนาบุคลิกภาพอย่างเต็มที่ ได้รับความมั่นคงทางสังคม มีเสรีภาพในการเลือกคู่ครอง และสร้างครอบครัว เป็นต้น
  4. สิทธิทางเศรษฐกิจ (Economic Rights) ได้แก่ สิทธิการมีงานทำ ได้เลือกงานอย่างอิสระ และได้รับค่าจ้างที่เหมาะสม สิทธิในการเป็นเจ้าของทรัพย์สิน เป็นต้น
  5. สิทธิทางวัฒนธรรม (Cultural Rights) ได้แก่ การมีเสรีภาพในการใช้ภาษาหรือสื่อความหมายในภาษาท้องถิ่นของ การปฏิบัติตามวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่นของตน การปฏิบัติตามความเชื่อทางศาสนา การพักผ่อนหย่อนใจทางศิลปวัฒนธรรมและการบันเทิงได้โดยไม่มีใครมาบีบบังคับ เป็นต้น

การละเมิดสิทธิมนุษยชน 

          แม้ว่าจะได้มีการให้สัตยาบันตามปฏิญญาณสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน เพื่อที่จะปกป้องคุ้มครองพลเมืองในแต่ละประเทศให้ได้รับสิทธิขั้นพื้นฐาน เช่นเดียวกันก็ตาม ก็ยังคงมีการละเมิดสิทธิมนุษยชนในประเทศต่างๆ ปรากฏอยู่ตลอดเวลา

การละเมิดสิทธิมนุษยชนที่มีอยู่ในประเทศไทย

   สถานการณ์ด้านเด็ก เยาวชน และครอบครัว
          ส่งผลให้สถาบันครอบครัวไทยอ่อนแอลง ทั้งในแง่ของการพัฒนาศักยภาพบุคคลในครอบครัว และสร้างภูมิต้านทานให้แก่เด็ก รวมถึงการทำร้ายเด็ก โดยบุคคลในครอบครัว ทำให้เกิดปัญหาต่างๆ เช่น เด็กและเยาวชนติดยาเสพติด เด็กถูกล่วงละเมิดทางเพศ เด็กเร่ร่อน การใช้แรงงานเด็ก

   สถานการณ์ด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม
          รัฐธรรมนูญจะได้กำหนดให้มีการปรับปรุงและพัฒนากฎหมายและกระบวนการยุติธรรมหลายประการ แต่ในทางปฏิบัติการละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชนก็ยังคงเป็นปัญหาอีกมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การคุ้มครองสิทธิของผู้ต้องหา กระบวนการลงโทษโดยวิธีต่างๆ การคุ้มครองเด็กและเยาวชนเมื่อตกเป็นผู้ต้องหา

   สถานการณ์ด้านนโยบายทางสังคม
          ถึงแม้ว่ารัฐธรรมนูญจะได้รับรอง และคุ้มครองมิให้มีการเลือกปฏิบัติต่อกลุ่มต่างๆ ที่มีความแตกต่างกัน และกำหนดให้มีมาตรการส่งเสริมความเสมอภาคแก่ผู้ด้อยโอกาส เด็ก คนชรา คนพิการ รวมทั้งส่งเสริมความเสมอภาค ทางโอกาสระหว่างหญิงและชาย แต่ก็ยังมีการละเมิดสิทธิมนุษยชนอีกมาก

 

BY…KRUNAMKHANG

 

โฆษณา

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s